Monday, January 17, 2022

ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป แถมได้บุญอีกต่างหาก 

Killing communists was not a sin, but the killer

will gain merit for performing such action.

สุเทพ ฉวีวรรณ/ 18 Jan 22

ตามหัวข้อข้างบน มันเป็นเรื่องเก่าที่นำมาเล่าใหม่ หลายท่านที่มีอายุมากหน่อยคือยุค Bloomer ขั้นไปหรือสนใจเรื่องการเมืองในอดีต หากอ่านหัวเรื่องสั้น ของผมดังข้างบนก็คงพอนึกออกว่าผมคงนำเรื่องของท่านพระอาจารย์กิตติวุฑโฒ ภิกขุ มาเล่า

เรื่องของท่านมีมากมาย เป็นพระนักเทศน์ นักพัฒนาและเกี่ยวข้องกับการเมืองหลายยุคหลายสมัยในอดีตอันไม่ไกลนัก เช่นช่วงการสังหารหมู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 และเหตุการณ์ต่าง ต่อมาหลังจากนั้น

ผมเคยทำงานเป็นนักข่าวสายการเมืองในยุคโน้น สมัยนั้นได้เข้าถึงแหล่งข่าวเป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นท่านกิตติวุฑโฒ ภิกขุ ท่านพลตรีสุตสาย ผู้ก่อตั้งกลุ่มกระทิงแดง และกลุ่มนวพลนำโดยคุณวัฒนา เขียววิมล ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากนายทหารชั้นผู้ใหญ่ทุกเหล่าทัพเฉพาะอย่างยิ่งที่ประจำอยู่ในส่วนรื่นซึ่งเป็น กองบัญชาการปฏิบัติการปราบปรามคอมมิวนิสต์ (กอปค.) Communist Suppression Operation Command (CSOC) อันเป็นหน่วยงานก่อตั้งขึ้นในปี .. 2508 ด้วยความช่วยเหลือของสหรัฐอเมริกาในการประสานงานปฏิบัติการต่อต้านคอมมิวนิสต์ทั่วไป.

แต่ต่อมา CSOC ได้เปลี่ยนเป็นกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) Internal Security Operations Command (ISOC) ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐ ปฏิบัติการเกี่ยวกับความมั่นคงทุก ด้าน และที่ต้องเปลี่ยนชื่อเนื่องจากทางรัฐบาลต้องการติดต่อกับกลุ่มประเทศคอมมิวนิสต์เช่นประเทศจีนเป็นต้น แต่เรายังมีกฎหมายห้ามการกระทำเป็นคอมมิวนิสต์ รายละเอียดมากกว่านี้ผมจะไม่ขอเอ่ยถึง นอกจากจะกล่าวสั้น ว่าเราปรับสภาพตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์การเมืองได้โดยเป็นมิตรกับทุกประเทศ.

สำหรับหน่วยงาน กอปค.หลายท่านที่เคยอยู่ในหน่วยงานนี้เฉพาะอย่างยิ่งอายุยุค Bloomer เลยขึ้นไปถึง The Silent Generation ย่อมทราบดี  แต่คนในยุคดังกล่าวได้ล้มหายตายจากไปแล้วเป็นส่วนมาก ที่ยังมีชีวิตอยู่ก็อายุมากแล้ว สุขภาพร่างกายไม่ดี ต้องพักผ่อน ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง อยากใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบ นาน เราจะเจอบางท่านซึ่งรวมทั้งนายทหารบำนาญออกมาพูดเรื่องการเมืองอยู่บ้าง.

สำหรับกิจกรรมของท่านพระอาจารย์กิตติวุฑโฒ ภิกขุ ผู้นี้ท่านทำงานหลายอย่างพร้อม กัน ทั้งด้านการเมืองและการศาสนา หลายอย่างสังคมไทยไม่ยอมรับโดยตำหนิว่าไม่ใช่กิจการของสงฆ์

ท่านพระอาจารย์กิตติวุฑโฒ ภิกขุ ท่านฉลาด มีไหวพริบดีมาก เมื่อเห็นว่าคำพูด ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป แถมยังได้บุญอีกต่างหาก ถูกตำหนิ ท่านก็เปลี่ยนใหม่ว่า เป็นการฆ่าลัทธิคอมมิวนิสต์ ไม่ได้หมายถึงการฆ่าคนที่เป็นคอมมิวนิสต์!

โดยส่วนตัวผมเคารพนับถือท่านกิตติวุฑโฒ ภิกขุ ถือว่าเป็นแหล่งข่าวสำคัญ บ่อยครั้งเมื่อมีการชุมนุมประท้วงกล่าวโจมตีท่าน แต่ไม่มีใครทราบว่าท่านได้เดินทางไปนั่งฟังอยู่ด้วย ผมพาไปเอง นิมนต์ท่านให้นั่งอยู่ในรถของผมฟังกลุ่มประท้วงกล่าวโจมตีท่านฯลฯ

ช่วงหลัง สุขภาพของท่านไม่ค่อยดีจึงงดกิจกรรมด้านการเมืองและการพัฒนาลงไปเกือบทั้งหมด เหลือไว้แค่กิจการทางพุทธศาสนา และงานพัฒนาแต่ยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์ เช่นสร้างโบสถ์ยื่นออกไปในทะเลเป็นต้น ต้องมาละสังขารไปเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2546 รวมอายุได้ 68 ปี

ครับ เกิด แก่เจ็บตายไม่มีใครหนีพ้น ผมได้เคารพร่างที่ไร้วิญญาณของท่านเป็นครั้งสุดท้ายที่วัดมหาธาตุ ท่าพระจันทร์ จำภาพสุดท้ายของท่านได้ดี เป็นมรนุสติแก่ผมและคนอื่น ๆ ได้  เกิดแก่เจ็บตายหนีไม่พ้น!

*ภาพที่ผมนำมาประกอบไว้ที่นี้เป็นภาพของทานพระอาจารย์กิตติวุฑโฒ ภิกขุ ที่ประกอบพิธีบรรพชาให้กับเด็กชาวยิวสองคนซึ่งบิดามารดาเป็นชาวออสเตรียนับถือถือศาสนายูดาหรือศาสนายิว แต่ต้องการให้ลูกชายทั้งสองได้บวชเรียนในพระพุทธศาสนาโดยบวชที่สำนักสงฆ์จิตตาภาวัณบางละมุงชลบุรี

 


The Thai language article above is a about a well-known Thai Buddhist monk, the late Venerable Phra Kittivudho Bhikhu, Chief abbot of the Djittabhawan Buddhist Monastery in Chon Buri Province.

The monk was an eloquent preacher, and his sermon is to make people do good, receive good and do evil receive evil.

However, his most controversial remark when he said that killing communists was not a sin,  but the killer will gain merit for performing such action. This is likely to be interpreted as an endorsement for the right-wingers to massacre of the left-leaning university students at Thammasat University that occurred on 6 October 1976.

 However, the monk later changing such remarks by saying that he does not mean to kill the real person, but killing the Communist Cult (Communism) which is endangered to religions.

The pictures that illustrating here have nothing to do with the article, but they are pictures of two Jewish Australian boys who are ordained as Buddhist notices at the Djittabhawan Monastery in Banglamung District, Chon Buri Province.

Parents of the two boys, Dr. Gary Grammat, and his wife, Svetlana, want their sons to study Buddhism and allowing them to be ordained as Buddhist novices which the Most Ven. Phra Kittivudho Bhikhu had performed ordaining ceremony.

 




END.

No comments:

Post a Comment